ลีลาสี่พี่เลี้ยง
สังวาส


     พี่เลี้ยงทั้งสี่พบกันในสระบัว
ตอนนี้เปนอีกตอนหนึ่งที่อ่านสนุกนัก มีการเล่นเจ้าล่อเอาเถิด เจรจาต่อถ้อยความ เสพสังวาสกันของพระพี่เลี้ยง ทั้งในสระแลบนบก
จึงตอนนี้ก็จะรวบไว้เสียในทีเดียวเพื่อความต่อเนื่องเรื่องราวแลอารมณ์

     อนึ่ง ดังได้กล่าวถึงเพลงและการแสดงชุด "พระลอเข้าสวน" ไว้เดิมนั้น จึ่งเอามาบันทึกไว้ในตอนนี้เสียทั้งหมด
การแสดงและเพลง ประกอบด้วยเนื้อหา ๓ ตอน คือ
  ๑. เริ่มแต่พระลอปลอมเป็นพราหมณ์นาม ศรีเกศ แลพี่เลี้ยงทั้งสองแปลงเป็นพ่อค้าคฤหัส นาม นายราม แลนายรัตน์ เข้าไปเที่ยวในอุทยานของพระเพื่อน พระแพง
  ๒. พระลอชมนกชมไม้ในสวน
  ๓. พี่เลี้ยงทั้งสี่พบหน้า เกี้ยวพาราสีกัน ซึ่งในตอนนี้ เป็นการแสดงชื่อ "ฟ้อนรัก" ซึ่งเปนพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประกอบด้วยการร้องสองส่วนคือ ลาวสวยรวย แลลาวดำเนินทราย
     อนึ่ง เนื้อเรื่องในการแสดงนี้ ได้รวบรัดตัดทอนเอาตอนที่พี่เสี้ยงทั้งสี่ปะหน้ากันในสระบัวจนถึงตอนเสพสังวาสกันออกไป คงเหลือแต่ ตอนนางรื่นนางโรยสอบถามชื่อเสียงเรียงนามแลหัวนอนปลายตีนของนายแก้วแลนายขวัญ หลังจากร่วมรักกันแล้ว เท่านั้น
อนึ่ง "พระลอเข้าสวน" นี้ มักจะพบเรียกอีกอย่างว่า "พระลอลงสวน"
ซึ่งตรงนี้ ข้าพเข้ามิอาจระบุที่ถูกผิดได้ แต่ด้วยว่าข้าพเจ้าเองรักใน "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" มากกว่า "ฉุยฉาย" อื่นใด
จึงพานเรียกเปน "พระลอเข้าสวน" ตามปกเทปที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ให้ต่างจาก "ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน" เสียกระนั้นเอง..


พระลอเข้าสวน

เมื่อเอยเมื่อนั้น พระลอดิลกเลิศเฉิดฉวี
ปลอมเพศแปลงนามเป็นพราหมณ์ชี เพื่อนมุนีศรีเกษทรงเวทมนต์
นายแก้วนายขวัญนั้นเปลี่ยนนาม ชื่อนายรามนายรัตน์ไม่ขัดสน
มัคคุเทศนำเสด็จจรดล ผ่านสถลมารคเข้าอุทยาน

การะเกดเหมือนเกศแก้วเกษา มะลุลีเหมือนบุบผาแม่เกี้ยวเกล้า
(สร้อย) ผู้อ่อนท้าวเผืออะคร้าวงามเอย เพื่อนแพงทองเผือพี่ปองสมเอย
นางแย้มเหมือนแก้มแม่แย้มเย้า ใบโบกเหมือนเจ้าจะกวักกร (สร้อย)
คณานกแมกไม้เรียงรัน ร้องเรื่อยรับขวัญเหมือนเสียงสมร (สร้อย)
เห็นโนรีสาลิกาใคร่ว่าวอน ฝากอักษรถวายน้องสองพธู (สร้อย)
ถึงสระบัวยั่วยอพระลอลักษณ์ ใคร่เก็บฝักหักดอกออกอดสู (สร้อย)
ผองภมรว่อนเฝ้าเคล้าเรณู เหมือนเย้ยภูธรระเหอยู่เอองค์ (สร้อย)
คะนึงนางพลางเสด็จลีลา แอบร่มพฤกษาสูงระหง (สร้อย)
สุคนธรสหอมหวนลำดวนดง เหมือนจะส่งกลิ่นถวายราชา (สร้อย)

("ฟ้อนรัก" ร้องลาวสวยรวย)
สองพี่เลี้ยงแม่เอ๋ยหลากจิต สงสัยคิดประหลาดใจ
หรือพระลอ พระลอหน่อไท้ ท่านแกล้งเป็นพราหมณ์ปลอมเอย
ศิษย์ทั้งคู่เที่ยงพี่เลี้ยงพระลอแล้ว
เห็นหาแคล้ว หาแคล้วปู่ทาย สมหมายแล้วเอย
สาวมองเมิลหาหนุ่มอะคร้าว เห็นใครน้าวเพิงพุ่ม
สองพี่เลี้ยงสองเมียงตะคุ่ม สุมทุมพฤกษาโพ้นเอย
โน่นนายขวัญนั่นนายแก้ว แน่แล้วบ่ สงกา
เดี๋ยวหวนหลบ หวนหลบเลี่ยงหน้า ซ่อนหาอยู่ไวไวเอย
สองนวลแม่เอ๋ยรื่นโรย สาวชายโชยตามจับ
สองพี่เลี้ยงสองเมียงขยับ ผลับหายบ่ให้เห็นเอย
ล่อสาวสองเผลอไล่ เผลอแต่หมายมุ่งตามไป
เห็นหลงไกล หลงไกลได้ช่องปล่อยให้สองเจอะเอย

("ฟ้อนรัก" ร้องลาวดำเนินทราย)
สองนางงามก็เล้าโลมถาม พี่เลี้ยงเฉลย
ชะคนเคยบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลอกหลอน
เผือจากเมืองบุรีรัมมะยะนครมโนหรน้อ
มโนหรเอย มโนหรเที่ยวค้ามากับพราหมณ์ โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก
โอ้ว่าปากเอ๋ยปาก ปากเอ๋ยข้อยอยากจะหยิก
ทำกลับกลอกหลอกแพลงพลิก หัวใจริกริกเคืองเอย
ช่างใส่สีทำคดีอำพราง สองนายเอ๋ยเขารู้ถึง ถึงใจพี่เพลี่ยง
เอ๊ะ ถึงพี่จะเลี่ยง สุดที่จะเถียงแล้วเอย


ร่าย
    o ข้ากระไดกระแหน่ แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดาจอมราช ขึ้นช้างคลาไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า สั่งผู้เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชายชาวนอกสองคน พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา ครั้นเช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

ร่าย
    o สองนายระไวระวัง เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทางตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ เขาบอกไปคือธสั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅบ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพสิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์ ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่าเกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ หนึ่งเลย ฯ

โคลง ๒
    o สองเจ็บใจละห้อย เอะอาตมมาช้าหน้อย
หนึ่งให้เสียใจ บารนี ฯ
    o เยียฉันใดกูจักได้ เห็นเล่านาให้ให้
ลาภแล้สองรา ฯ  
    o บุญมีมาอย่าช้า ใช่อื่นเลยเจ้าหล้า
กับพี่เลี้ยงทั้งสอง ฯ  
    o มองหนหาตาแห้ง เห็นแต่ไกลกล้องแกล้ง
ไต่เต้าตามกัน ฯ  
    o มาพลันแลดูนี้ สูบอกแก่ตูกี้
นี้ฤๅชาวเรา ฯ  
    o เขาเห็นเขาว่าแท้ สองนายมาพู้นแหล้
เพื่อนเจ้าชีพราหมณ์ แลนา ฯ

โคลง ๓
    o สองนางงามแว่นไว ชายเข้าไปใกล้แล้ว
แสร้งใส่กลให้แคล้ว บ่ให้เขาเห็น ฯ

โคลง ๒
    o ที่นี้เปนง่ายแท้ ลุลาภสองเราแหล้
เพื่อนเอ้ยเต็มใจ บารนี ฯ
    o สองลงในสระเร้น จะลอบลักดูเหล้น
อย่าให้เห็นเรา ฯ  
    o สองนายมาบมิช้า ครั้นชุ่งจะใกล้อ้า
ค่อยผ้ายโชยชาย ฯ  
    o ทอดกรกรายย่างเยื้อง เข้าสู่อุทยานเบื้อง
ฝ่ายสร้อยสวนขวัญ ฯ  
    o เห็นคนจรัลเมื่อกี้ หายแห่งใดบัดนี้
บให้เห็นตัว ฯ  
    o น่าใคร่หัวหลากแท้ เราเลียบเล็งดูแหล้
เปล่าถ้วนทุกทาย ฯ  

ร่าย
    o สองนายลงในสระ สองนายพะสองนาง ค่อยหัวพลางยยิ้ม คอยเมื่อสองมาปิ้ม ดอกแสร้งถามขา ฯ

โคลง ๔
    o สองนายมาแต่ด้าว แดนใด
มาบ่เกรงกลัวใจ อาจแท้
ดังฤๅจึ่งลงใน สระราช นี้นา
เร็วเร่งขึ้นพลันแม้ ไม่ขึ้นเปนความ ฯ
    o พี่จะขึ้นเจ้าอย่า ขับหนี
มาแต่เมืองไกลลี- ลาศเต้า
เห็นสระสนุกมี ใจใคร่ ชมนา
เรียมบ่ได้รู้เจ้า อย่าเผ้อคุกคาม ฯ
    o เรียมมาสวนนี่ไส้ นฤมล พี่เอย
แลบ่เห็นสักคน หนึ่งเฝ้า
เห็นสระสนุกชล จักอาบ ตนนา
ฤๅและมามีเจ้า ว่าให้เรียมอาย ฯ
    o เรียมลาสองแม่แล้ ทรามรัก พี่เอย
จะอยู่จะอายนัก กว่านี้
เปนชายแลหญิงผลัก หนีหน่าย ตนนา
เพราะบ่เห็นแก้วกี้ จึ่งได้มาลง ฯ
    o พี่ขุนไปด่วนขึ้ง นักหนา เล่านา
ผิดคาบเดียวพันครา ด่วนพ้อ
เยียวชายชั่วหลงมา แลว่า ไส้พ่อ
ผิดเพื่อบเห็นน้อ โทษข้าขอษมา ฯ
    o  เยียวเห็นแลเคียดไส้ ใจบุญ พี่เอย
ผิบ่เห็นฤๅฟุน เท่าเผ้
ฟังอ่อนอมฤตฉุน ใจชื่น ชมนา
ได้กล่าวผิดใจเจ้า จุ่งเจ้าอดออม ฯ
    o พี่ขุนจะอาบน้ำ เชิญลง อาบรา
ลงอาบในสระสรง สว่างร้อน
ขัดสีธุลีผง สะเหงื่อ ไคนา
แล้วเก็บฝักบัวปล้อน เปลือกสิ้นกินพลาง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง ผลัดผ้าพลางลงอาบ ทำสุภาพลเมียด คำลเอียดเอาใจ เผืออาบในสระแล้ว เสมออาบน้ำทิพยแก้ว แลน้อง ณ หัว พี่เอย ฯ



โคลง ๔
    o กินบัวอร่อยโอ้ เอาใจ บารนี
สโรชข่าวฉันใด ใคร่รู้
เชิญพี่จุ่งไปใน บัวฝ่าย นั้นนา
ได้อมฤตรสสู้ อย่าแล้ไปสวรรค์ ฯ
    o แม่โรยรักอย่าได้ โรยใจ หนึ่งรา
นำแขกเราไปใน ฝ่ายนั้น
จะเก็บจะกินใด โดยท่าน เถิดแม่
เจ้าช่วยเก็บให้หั้น จุ่งให้เต็มใจ ฯ
    o นางโรยนางเรียกด้วย คำงาม
ขวัญอ่อนดังขวัญกาม ยั่วแย้ม
ใบบัวหนั่นหนาตาม กันลอด ไปนา
หอมกลิ่นบัวรสแก้ม กลิ่นแก้มไกลบัว ฯ
    o ใบบัวบัวข้าขอบ ใจบัว
ดอกดั่จะหัวรัว เรียกเต้า
เชยชมภิรมย์ชัว ชมซาบ บัวนา
ถนัดดั่งเรียมชมเจ้า พี่เหล้นกับตน ฯ
    o บัวนมบัวเนตรหน้า บัวบาน
บัวกลิ่นขจรหอมหวาน รสเร้า
บัวสมรละลุงลาญ ใจบ่า นี้นา
บัวบาทงามจวบเท้า เกศแก้วงามจริง ฯ
    o โกมุทกาเมศแก้ว โกมล พี่เอย
หอมกลิ่นจงกลกล กลิ่นแก้ว
จงกามินีปน รสร่วม กันนา
จงกอบอย่ารู้แคล้ว ก่อเกื้อกรีฑา ฯ
    o สนุกบัวซ้อนดอก บัวพระ พี่นา
ปลาช่อนปลาไส้ระ ดอกไม้
สลิดโพตะเพียนพะ กันชื่น ชมนา
รวนเพรียกแนมหลิ่งไส้ เหยื่อหย้ามฟูมฟอง ฯ
    o สนุกข้างนี้แนบ จอมใจ พี่เอย
สองสนุกกันใน ฝ่ายนั้น
ทำขวัญสนุกใด จักดุจ นี้นา
หนีซอกซอนซ้ำหั้น เชิดชู้เทียมรงค์ ฯ
    o สรงสนุกน้ำแล้วกลับ สนุกบก เล่านา
สองร่วมใจกันยก ย่างขึ้น
ขึ้นพลางกอดกับอก พลางจูบ
สนุกดินฟ้าฟื้น เฟื่องฟุ้งฟองกาม ฯ
    o สอนางนำแขกขึ้น เรือนสวน
ปัดฟูกปูอาสน์ชวน ชื่นชู้
สองสมพาสสองสรวล สองเสพย์
สองฤดีรสรู้ เล่ห์พร้อมเพรียงกัน ฯ
    o เสร็จสองสมพาสแล้ว กลกาม
สองอ่อนสองโอนถาม ชื่อชู้
สองมาแต่ใดนาม ใดบอก ราพ่อ
ให้แก่สองเผือรู้ ชื่อรู้เมืองสอง ฯ

ร่าย
    o สองนายฟังสองนาง แสร้งบอกพรางบบอกชื่อ เผือนี้ชื่อเจ้ารามรัตน์ นัดกันมาจะค้า พลัดมาท่าทางทบ พอประสบเจ้าพราหมณ์ ทรงนามเจ้าศรีเกษ ใคร่เห็นประเทศมาด้วย พอประสบหน้าสร้วย พี่แล้จอมสมร ฯ

ร่าย
    o เผืออยู่ในรมยนคร มโนหรราชธานี บุรีรมย์บอกแจ้ง จะอยู่ด้วยกล้องแกล้ง แต่นี้ฤๅไป จากเอย ฯ

โคลง ๒
    o สองตกใจละลั้ง ละเลิดผิดอันตั้ง
ต่อรื้อฉันใด ฯ  
    o ธมาในเมืองนี้ มีเครื่องค้ามากี้
สิ่งข้าขอถาม ฯ  

โคลง ๓
    o ขุนนางอยู่ไกลกัน บ่ทันนัดกันได้
สองแม่ถามไจ้ไจ้ สะทื้นสะเทิ้นไปมา ฯ

โคลง ๒
    o บอกเร็วราเครื่องค้า บบอกได้อึหน้า
ใครให้ราหัว ฯ  
    o พรางตัวเองดั่งนี้ หน้าใช่หน้าสับปลี้
มาไขว่ถ้อยเอาเผือ ฯ  

ร่าย
    o เครื่องค้าเหลือผู้ซื้อ กะหมั่ง
สินตัวยื้อมิถึง กะหมั่ง
มิบอกจริงบอกพราง กะหมั่ง
ทรงขุนนางอะเคื้อ กะหมั่ง
เนื้อชาววังใช่ช้า โฉมใช่โฉมคนค้า หน้าใช่หน้ากริกกริว ฯ

 
 

เชิญพระลอสู่สวนหลวง

     นายแก้ว นายขวัญบอกความจริง จึงไปเชิญพระลอเข้าพักยังสวนหลวง


โคลง ๒
    o มาจะหัวให้หายหิวอยากเข้า เชิญบอกอันจริงเจ้า
แก่น้องอย่าอำ หนึ่งรา ฯ
    o สองสนองคำอ่อนพร้อง จะบอกจริงแก่น้อง
อย่าเย้นหยันตู ฯ  
    o พระภูธรอยู่เกล้า ลอราชพระเสด็จเต้า
เผือพี่เลี้ยงมาตาม ฯ  
    o ขุนงามบอกข่าวไท้ เสมอดั่งสองนางได้
ผ่านเฝ้าไอศวรรย์ ฯ  

โคลง ๔
    o ตวันเจียนจากฟ้า มามือ
จักใคร่ถือเดือนถือ ก็ได้
เมรุทองละอองปือ ปือรอด ไปนา
ขอท่านเชิญท้าวไท้ ธิราชเจ้าเสด็จมา ฯ
    o พระเสด็จมาอยู่ด้าว แดนใด พี่เอย
มาอยู่ในสวนใคร ใคร่รู้
พระองค์ท่านเสด็จใน สวนเปล่า เขานา
พระเปลี่ยวบมีผู้ เพื่อนไท้เสด็จเดียว ฯ
    o ตีอกออกปากโอ้ พระภู เบศร์เฮย
มาอยู่ฉันใดดู ละห้อย
บเคยยากอกตู จักหว่า แลพ่อ
โหยสอื้นค้อยค้อย คร่าวน้ำตาไหล ฯ
    o เอนดูสองท่านผ้าย ไปพลัน
ถึงบาทบงกชคัล เคี่ยมไหว้
ขอเชิญปิ่นไอศวรรย์ เสด็จยาตร มานา
เผือจะเชิญสองไท้ ธิราชพู้นมาพลัน ฯ
    o แต่จักท่าไหว้บาท บงกช
น้อมศิรามพุชจรด กึ่งเกล้า
ขอรับอมฤตรส พจนาตถ์ ไปนา
ถึงพระนุชน้องเหน้า ท่านถ้าฟังสาร ฯ
    o สองนายกรกอดเกี้ยว สองนาง
มือสอดเสียดเอวบาง ลูบท้อง
พิศพลางจูบชมพลาง เรียมสั่ง สองแม่
มิใคร่ไคลคลาศน้อง หนึ่งเล้ยกับตน ฯ
    o สองนางซบแนบเนื้อ สองนาย
พระลูกเอยจักผาย คลาดแคล้ว
พระไปจากเสมอตาย ทีหนึ่ง แลพ่อ
รักเร่งมาพลันแก้ว ช่วยน้องอย่านาน ฯ
    o ไปสองสามย่างแล้ว เหลียวมา เล่านา
เจ้าพี่เอยเรียมคลา คลาศแคลัว
เผือไปแต่ตัวหา จอมราช ไส้นา
ใจอยู่เชยชมแก้ว พี่ไส้กับตน ฯ
    o เผือข้านับอยู่ไส้ ขุนงาม ลูกเอย
อยู่แต่ตัวใจตาม ท่านแท้
ไปมาอย่านานทราม รักท่วม เราเฮย
เชิญเร่งเร็วพลันแม้ อยู่ช้าเผือตาย ฯ

โคลง ๒
    o สองนายไปบมิช้า ถึงสมเด็จเจ้าหล้า
กราบเกล้าทูลสาร ฯ  
    o ทูลอาการทุกข้อ บรรยายแต่ต้นหน้อ
มาถี่ถ้วนความใน ฯ  

โคลง ๔
    o เผือข้าพบพี่เลี้ยง สองศรี
ใจจอดจอมกษัตรีย์ อยู่เกล้า
ขอเชิญปิ่นภูมี- ศวรราช
จงบพิตรพระเจ้า อย่าช้าเสด็จจร ฯ
    o พระลอลีลาศคล้อย ไคลคลา
งามดุจสีหลีลา จากถ้ำ
สองนางอยู่คอยหา เห็นราช มานา
ลุกแล่นรับแลล้ำ หยาดฟ้าลงดิน ฯ
    o สองถึงสองกราบไหว้ บทมาลย์
เชิญบพิตรภูบาล อยู่เกล้า
ยังรมยพิมานสถาน ประพาส พระเอย
เรือนสำราญน้องเหน้า ท่านไท้ทั้งสอง ฯ

โคลง ๒
    o พระลอสนองพี่เลี้ยง สองพระนุชเนื้อเกลี้ยง
สุขอยู่รื้อฉันใด ฯ  
    o สองจอมใจอ่อนไท้ องค์บไข้ใจไข้
ละห้อยโหยหา ท่านนา ฯ

 
 

เกี้ยวพา คารมพระลอ

     นางรื่น นางโรยเข้าเฝ้าพระลอ พระลอแสดงคารมมหากาฬ ฝากถ้อยไปยังสองศรี พระพี่เลี้ยงนำความไปแจ้งพระเพื่อน พระแพง ซึ่งร้อนรุมอยู่รอท่า
     เปนอีกตอน ๑ ที่แสดงให้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของผู้ทรงนิพนธ์เรื่องพระลอนี้ ในการใช้ข้อความแต่สั้นๆเล่าเรื่องราวมากมาย โดยเก็บรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆได้อย่างครอบคลุมชัดเจน



ร่าย
    o พระราชาลีลาศ พระบาทขึ้นเรือนสอง กุณฑีทองน้ำหอม ถนอมล้างพระบาทยุคล พิมลพัสตเช็ดบาท เหยียบผ้าลาดเสด็จดล บนบรรยงกไสยาสน์ เสด็จเหนืออาสน์อิงองค์ พระบาทบงกชพัก ทักปราไสสองนาง สองไหว้พลางจึ่งทูล ข้าแต่นเรสูรอยู่เกล้า พระเจ้าเคยขึ้นช้างลงม้า คานหามท่ารับราช ผ้าลาดแล้วเกือกทอง รองพระบาทซ้ำซ้อนอ่อนเรียบ ดังฤๅมาเหยียบดินเดินเพียงไพร่ ไต่ทางป่าท่าดงรก อกเผือข้าดั่งจะคราก อ้าลำบากพระองค์ ซบเศียรลงกราบไหว้ พระบาทฤๅมาได้ ยากพ้นประมาณ ดังนี้ ฯ

โคลง ๒
    o ภูบาลสนองพี่เลี้ยง สองพี่ปรานีเพี้ยง
พระญาติผู้พึงใจ ฯ  
    o ยากนักใดดุจด้วย เพราะใคร่เห็นหน้าสร้วย
สองอ่อนท้าวแลนา ฯ  
    o ปรานีราอย่าช้า รักเร่งให้เห็นหน้า
หน่อท้าวทั้งสอง ฯ  

โคลง ๔
    o พระทองเสด็จอยู่นี้ อย่าคลา
สองพี่ขุนรักษา อยู่เกล้า
เผือข้าชุลีลา พระบาท แลพ่อ
หับกุญแจเร้นเจ้า แผ่นหล้าลับองค์ ฯ
    o หัวอกจักครากแล้ เขือเห็น
นับอยู่ในใจเปน ดั่งบ้า
สองเขือพี่อย่าเย็น ใจเร่ง ไปรา
เอาข่าวถึงน้องหน้า หนุ่มเจ้าจอมสมร ฯ
    o แม้สองเจ้าตั้งใคร่ เห็นกัน นาพี่
เชิญพระนุชมาพลัน อย่าช้า
แม้นานอ่อนฤๅทัน เห็นชีพ เรียมเลย
ฝากแต่พระศพถ้า อ่อนให้เผาผี ฯ
    o สองไหว้พระบาทแล้ว สองลา
สองสั่งสองนายตา ค่อยเคล้า
ตาสองลอบแลหา เมียงม่าย กันนา
จวนจวบตาท้าวเจ้า ลอบต้องตาเขา ฯ
    o สองนางจรจากห้อง โหยหวน สวาทนา
เมียงแต่หางตาสรวล สั่งชู้
สองนายลูบอกครวญ ครางแต่ ใจนา
เจียรจากดั่งนี้ผู้ อื่นนั้นฤๅมี ฯ

ร่าย
    o ข้าลีลาถึงนอก ครั้นออกแล้วทั้งสอง กุญแจทองใส่ทวาร เอาลูกดาลไปด้วย อิ่มอกย้วยไคลคลา ลีลาขึ้นช้างผ้าย คลับคล้ายเข้าทวารเวียง จิตต์จ่อเมียงสองเจ้า ลงช้างเข้ายังวัง ทอดตายังปราสาท เห็นสองราชกษัตรีย์ ในช่องสีหบัญชร ดุจอัปสรสู่หล้า เยี่ยมหน้าดุจดวงเดือน เหมือนแว่นฟ้าทั้งคู่ ต่างตาดูอยู่คอยทาง เห็นสองนางพี่เลี้ยง หน้าชื่นสดใสเพี้ยง พ่างท้าวเสด็จมา ฯ

โคลง ๒
    o มาสองราจะร้อง ถามเถิดฤๅพระน้อง
จุ่งได้แรงใจ หนึ่งรา ฯ
    o คิดนึกไปชอบเหรื้อง ความรั่วรู้ทุกเบื้อง
พระย่ารู้ฤๅดี ฯ  
    o มาจะตีตนตายจุ่งแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ยกย่างช้าเยียใด ดั่งนี้ ฯ
    o ทวารวังในว่าใกล้ ฤๅแลวันนี้ไส้
ขยดออกรื้อดูไกล บารนี ฯ

ร่าย
    o ถึงบันไดสองขึ้น แลนา
ถึงพ่างพื้นปราสาท แลนา
เข้าใกล้บาทยุคล แลนา
ไหว้เจ้าตนทูลข่าว แลนา
รับขวัญยอมือไหว้ บัดนี้ขวัญท้องไท้ มาสู่แล้วณหัว พี่เอย ฯ

 

พระเพื่อนพระแพงสู่ตำหนักสวนหลวง

     พระเพื่อน พระแพงรับรู้ความแลถ้อยคำพระลอจากนางรื่น นางโรย แล้วไปขออนุญาตพระย่าเที่ยวเล่นในอุทยานหลวง
พระย่าชื่นชมแลย้ำเตือนครรลองครองตน
     นางโรยนางรื่นจัดแจง พระเพื่อน พระแพงขึ้นพระตำหนักซึ่งพระลอแลพี่เลี้ยงเร้นรอท่าอยู่ !
ปรัด (ปะหรัด) = แต่ง(ก.)
เทียร = ย่อม(ก.)

โคลง ๔
    o จอมขวัญพระพี่เอ้ย บุญสอง
โฉมราชงามคือทอง แท่งแท้
คือเทพดาผยอง มาสู่ พระนา
ในโลกนี้สุดแล้ แต่ท้าวองค์เดียว ฯ
    o พระสอนพระสั่งข้า พระศรี พี่เอย
ผิแลพลันพบธี- เบศร์ไท้
แม้นานแต่พบผี จอมราช แลแม่
ฝากแต่พระศพไว้ เถิดให้เราเผา ฯ
    o พี่เอยแก้วฟ้าหยาด มามือ นาพี่
รักยิ่งชีพิตฤๅ ใคร่แคล้ว
ครั้นด่วนนักจักฦๅ ความเล่า แลพี่
ลาย่าเปนเจ้าแล้ว ด่วนได้โดยใจ ฯ
    o สองท้าวยังย่าไท้ ทูลทรง
พระบาทสองศรีผจง ใส่เกล้า
สองเสด็จแนบแนมองค์ อิงแท่น
ละเลียนสองเฟี้ยมเฝ้า ย่าต้องติดใจ ฯ
    o ย่าชมหลานแก้วยอด เยาวมาลย์
สองดุจบงกชบาน ใหม่หน้า
สองศรีล่ำเภาพาล เพ็ญภาค กูเอย
นวดย่าได้แรงอ้า อ่อนรู้ถือถนอม ฯ
    o ชูหน้าสองหนุ่มหน้า เชยชม
สองอ่อนงามสระสม ใช่น้อย
ใจดีอ่อนอุดม ใครคู่ สองนา
สองนวดฟั้นค้อยค้อย ย่าได้แรงรมย์ ฯ
    o อย่ากดใจฟั้นย่า นานนัก
อุตส่าห์เยียวสองภักดิ์ ใฝ่ไข้
สองนางรื่นโรยรัก- ษาอย่า ลืมนา
เตือนอ่อนสรงเสวยไล้ ลูบแป้งผัดผิว ฯ
    o เผือข้าแฝงบาทไหว้ บทมาลย์
สุขสิ่งใดปูนปาน เปรียบได้
พิศพักตรดุจบัวบาน ฤๅใคร่ คลายเลย
เสมออมฤตไล้ ลูบแล้ลืมเมือ ฯ
    o สองเจ้ารักย่าให้ ติดใจ บารนี
อ้าอีกฟังเสียงใส อ่อนพร้อง
สองศรีกล่าวเสนาะใด จักดุจ นี้นา
เสมออมฤตต้อง ย่าได้แรงจริง ฯ
    o ย่ารักมิใคร่ให้ ไกลตัว
เยียวย่าเตือนเพราะกลัว เกลือกไข้
ย่าสงวนยิ่งสงวนหัว- ใจย่า ไส้นา
เทียรย่าเตือนไจ้ไจ้ อย่าน้อยใจเขือ ฯ
    o อิริยาบถสี่ไส้ สงวนองค์ อ่อนเอย
นอนนั่งยืนเดิรจง อย่าเว้น
สองศรีสมบูรณ์บง- กชมาศ กูเอย
นอนนั่งยืนเดิรเหล้น แต่งให้เสมอก้น ฯ
    o เผือข้ามิใคร่ผ้าย ไปไกล ท่านนา
ตัวจากใจอาไลย ท่านไท้
ขอลาบพิตรไป ประพาส พระเอย
สมสนุกเล่นไหล้ แหล่งสร้อยสวนขวัญ ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง เสด็จไป
สรงสระพลางชมไพร ดอกไม้
ยามเย็นจึ่งคลาไคล ยูรยาตร มานา
สองราชฟังแล้วไหว้ ย่าเจ้าลาเมือ ฯ

โคลง ๒
    o ยินดีเหลือที่อ้าง เราจะพบเจ้าช้าง
ธิราชแล้เต็มใจ บารนี ฯ

ร่าย
    o คืนเข้าในปราสาท เสร็จสองราชเสด็จสรง แล้วสองทรงพระปรัด ผัดพักตร์ดุจดวงเดือน เกล้าเกศเหมือนสาวสวรรค์ นุ่งแพรพรรณลายเลิศ พพรายพริ้งเพริศประไพ สไบสมบูรณ์บรรจง ทรงเครื่องเสร็จยูรยาตร ลีลาศดุจอัปสร ทวยทอดกรนวยนาฎ ถึงเกยมาศบรรยง สองเสด็จทรงกรินี มีจำลองจำหลักลาย รูปสัตว์กลายช้อยชด อลงกฎกูบแก้ว ช้างชื่นงามแพร้วแพร้ว เครื่องช้างงามยง ยิ่งนา ฯ

ร่าย
    o ยยับธงมยุรฉัตรทอง รังรองกรรชิงรัตน์ พัดโบกพัดจามร สาวสลอนโดยเสด็จดาษ พี่เลี้ยงราชตามกษัตริย์ ไปตระบัดบหึง ถึงประตูอุทยาน คานหามทองรับราช ลีลาศเทียบมนเทียร พี่เลี้ยงเจียนใจแกว่น แล่นก่อนไขประตู ส่วนพระภูธรบรรจง ทรงมกุฎภูษา พัสตราภรณ์อจินต์ งามเงื่อนอินทรหยาดฟ้า เร้นอยู่เรือนรัตน์ถ้า แนบเนื้อสองสนอง ฯ

ร่าย
    o สองนายซ่อนข้างแท่น นางรื่นแล่นปูอาสน์ ให้สองราชเสด็จออก นอกให้ข้าไทเฝ้า ส่วนชาวเจ้ากำนัล เคียมคัลโดยระบอบ นางโรยนอบนบว่า ส่วนพระย่าธสั่งไส้ ให้เผือข้าหมั่นตัก เตือนสองลักษณ์ไสยาสน์ สองนางนาฎใส่กล ว่าบัดเดี๋ยวดลเทิญจะนอน นางรื่นกรประนมไหว้ ทูลว่าพระย่าไท้ธิราช พระบาทสั่งทุกอัน ชาวกำนัลเปนพยาน มินานด่วนลืมคำ ธจะจำตูต้องโทษโพย นางโรยเร่งช้กม่าน เชิญสองท่านเสด็จเข้า ส่วนชาวเจ้ากำนัลนั้น ครั้นจะอยู่ท้าวธจะมิหลับ ขับกันลงเล่นไหล้ ชมดอกไม้วัลย์เครือ แต่สองเผือนี้จะเฝ้า สองท้าวเจ้าจอมราช ครั้นฝูงนางคลาศคลาลงแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว หับถี่ถ้วนทุกทวาร ฯ


หน้าแรก  หน้าก่อนหน้า (6) หน้าถัดไป